Chubsorn Nipaporn

Quản lý

Block "nguyen-tac-xuat-ban-noi-dung" not found

BÀI VIẾT CỦA TÁC GIẢ

สัญญาณอาการอักเสบช่องคลอดจากแบคทีเรีย

สัญญาณอาการอักเสบช่องคลอดจากแบคทีเรีย

ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis – BV) คือหนึ่งในโรคผู้หญิงที่พบบ่อยในวัยเจริญพันธุ์ เกิดขึ้นเมื่อสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียไป เชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีเพิ่มจำนวนมากกว่าจุลินทรีย์ประจำถิ่น ทำให้รู้สึกไม่สบายร่างกาย กระทบต่อการใช้ชีวิต และหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ แล้วอาการบอกเหตุว่าช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียมีอะไรบ้าง สาเหตุเกิดจากอะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง 1. สาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบช่องคลอดจากแบคทีเรีย ปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้สมดุลภายในช่องคลอดเปลี่ยนแปลง จึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ได้แก่: การสวนล้างช่องคลอดลึกเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารเคมีมาก การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย รับยาปฏิชีวนะติดต่อกันนาน จนเชื้อจุลินทรีย์ดีในช่องคลอดลดปริมาณลง การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ วัยก่อนหมดประจำเดือน หรือการรับประทานยาคุมกำเนิด ใส่ชุดชั้นในรัดแน่นหรือผ้าที่ระบายอากาศไม่ดี ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ หรือป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน 2. อาการสัญญาณเตือนช่องคลอดอักเสบ รู้ทันอาการเบื้องต้น ช่วยให้ผู้หญิงรีบพบแพทย์และรักษาได้เร็วขึ้น: ตกขาวผิดปกติ: เหลว สีขาวขุ่น เทา หรือออกเขียว และมีกลิ่นคาวแรง กลิ่นเหม็นคล้าย “คาวปลา”: เด่นชัดหลังมีเพศสัมพันธ์หรือระหว่างมีประจำเดือน คันหรือแสบในจุดซ่อนเร้น:...

ติดเชื้อราแคนดิดา (Candida)

ติดเชื้อราแคนดิดา (Candida) – สาเหตุ อาการ แนวทางรักษา

การติดเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) ถือเป็นหนึ่งในโรคนรีเวชที่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์พบได้บ่อยที่สุด มักได้รับการวินิจฉัยเมื่อผู้ป่วยมีอาการตกขาวผิดปกติ ร่วมกับอาการคันหรือแสบร้อนที่บริเวณอวัยวะเพศ สาเหตุหลักเกิดจากเชื้อรา Candida albicans ซึ่งเป็นเชื้อราธรรมชาติในช่องคลอด แต่จะเพิ่มจำนวนจนผิดปกติเมื่อ pH เปลี่ยนแปลงหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง แม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สร้างความรำคาญ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ทางเพศได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง บทความนี้จะให้ข้อมูลครบถ้วนทั้งในเรื่องสาเหตุ อาการ ผลเสีย การวินิจฉัย วิธีรักษาและการป้องกันให้ได้ผล 1. ภาวะช่องคลอดติดเชื้อรา Candida คืออะไร? ช่องคลอดติดเชื้อรา Candida (Vaginal Candidiasis) คือภาวะที่เชื้อราประเภท Candida albicans เจริญเติบโตมากผิดปกติในช่องคลอดจนทำให้สมดุลจุลินทรีย์เสียได้ โดยปกติ เชื้อรา Candida จะอยู่ร่วมกับจุลินทรีย์ที่ดีในช่องคลอดโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา แต่หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง หรือสภาพแวดล้อมในช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป เชื้อราจะเติบโตมากขึ้นจนทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ นี่คือสาเหตุหลักอันดับสองรองจาก Bacterial Vaginosis (BV) ที่ทำให้ผู้หญิงต้องไปพบแพทย์นรีเวช 2. สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อรา Candida...

(BV) ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย

Bacterial Vaginosis – (BV) ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย

ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis – BV) เป็นหนึ่งในโรคนรีเวชที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อจุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียสมดุล โดยแบคทีเรียชนิดดีอย่าง Lactobacillus ลดลง และแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนเติบโตมากขึ้น ผู้หญิงที่เป็น BV มักมาพบแพทย์ด้วยอาการตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นคาวรบกวนชีวิตประจำวัน ทำให้ขาดความมั่นใจและกระทบต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ แม้ BV จะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็กลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายและอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ ผลเสีย วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน BV อย่างมีประสิทธิภาพ 1. Bacterial Vaginosis (BV) คืออะไร? ทำไมพบได้บ่อยในผู้หญิง? Bacterial Vaginosis (BV) คือภาวะที่จุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียสมดุล ปกติแล้วในช่องคลอดของผู้หญิงจะมีแบคทีเรียดี (Lactobacillus) ที่คอยควบคุม pH และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย แต่หากแบคทีเรียดีเหล่านี้ลดลง จะทำให้แบคทีเรียไม่ดี (แบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน) เติบโตมากเกินไป ก่อให้เกิด BV ขึ้น BV...

โรคทางนรีเวชยอดฮิตกับสัญญาณต้องระวัง

โรคทางนรีเวชยอดฮิตกับสัญญาณต้องระวัง

สุขภาพทางนรีเวชมีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้หญิงทุกคน อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากมักมองข้ามอาการผิดปกติ ส่งผลให้โรคลุกลามและรักษายากขึ้น งานวิจัยพบว่ากว่า 70% ของผู้หญิงเคยประสบปัญหาโรคนรีเวชอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับโรคและอาการที่ควรระวังถือเป็นวิธีสำคัญในการปกป้องสุขภาพสืบพันธุ์ระยะยาว 1. โรคทางนรีเวชที่พบบ่อยในผู้หญิง โรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ได้แก่: ช่องคลอดอักเสบ: เกิดจากแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิต อาการหลักคือตกขาวผิดปกติ คัน แสบบริเวณจุดซ่อนเร้น ปากมดลูกอักเสบ: มักพบในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ ทำให้ตกขาวมากขึ้น มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ถุงน้ำรังไข่: เป็นถุงที่มีของเหลวอยู่ในรังไข่ อาจทำให้ประจำเดือนผิดปกติ และปวดท้องน้อย เนื้องอกมดลูก: ก้อนเนื้อธรรมดา พบได้มากถึง 25% ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ความผิดปกติของประจำเดือน: เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาเยอะหรือขาดหาย 2. อาการผิดปกติทางนรีเวชที่พบบ่อย ผู้หญิงที่มีปัญหานรีเวชมักมีอาการหนึ่งหรือหลายข้อดังต่อไปนี้: มีเลือดออกผิดปกตินอกช่วงประจำเดือน พบก้อนหรือสิ่งผิดปกติบริเวณช่องคลอด ปัสสาวะบ่อย กะปริดกะปรอย หรือปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย/อุ้งเชิงกรานเป็นเวลานาน รู้สึกท้องอืด แน่นท้อง หรือท้องผูกง่าย เจ็บหรือไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์...

มะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV

มะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV: ทางออกเพื่อปกป้องผู้หญิงไทยจากภัยเงียบ

มะเร็งปากมดลูกนับเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่น่ากังวลสำหรับผู้หญิงไทยมายาวนาน ไม่เพียงแต่พบบ่อย แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สภาพจิตใจ และภาระทางเศรษฐกิจทั้งในครอบครัวและสังคม แม้อัตราการป่วยจะมีแนวโน้มลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่างานด้านการค้นหาและป้องกันล่วงหน้ายังคงต้องได้รับความใส่ใจมากกว่านี้ ในบริบทดังกล่าว การฉีดวัคซีน HPV กำลังกลายเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องผู้หญิง และยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายการกำจัดมะเร็งปากมดลูกภายในปี 2030 ตามที่ WHO กำหนด 1. สถานการณ์มะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย ตามสถิติทางการแพทย์ พบว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในผู้หญิงไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ ในแง่ของอุบัติการณ์ แม้อัตราการป่วยจะลดลงจาก 18.1% เหลือ 10.3% ต่อประชากรหญิง 100,000 คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นจาก 5.9% เป็น 6.8% ต่อประชากรหญิง 100,000 คน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยเมื่ออยู่ในระยะโรครุนแรงแล้ว ทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้นและลดประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสุขภาพ 2. ไวรัส HPV และความเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ติดต่อได้ง่ายทางเพศสัมพันธ์และพบได้บ่อยในสังคม โดยพบว่า HPV สายพันธุ์...

โรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระยะที่ 1

โรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระยะที่ 1: อาการ ระดับความอันตราย และวิธีรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้นของโรคปากมดลูกอักเสบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในกลุ่มผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แม้ในระยะนี้ยังไม่รุนแรงมาก แต่หากละเลยอาจทำให้โรคลุกลาม อันตรายต่อสุขภาพเจริญพันธุ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก หรือแม้กระทั่งมะเร็งปากมดลูก แล้วโรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระยะที่ 1 คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร และรักษาได้อย่างไร? มาทำความเข้าใจโดยละเอียดในบทความนี้กันค่ะ 1. โรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระยะที่ 1 คืออะไร? เยื่อบุปากมดลูกอักเสบ เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เยื่อบุภายในปากมดลูกเจริญเติบโตลุกลามออกมาบริเวณภายนอกปากมดลูก และสัมผัสโดยตรงกับสภาพแวดล้อมในช่องคลอด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตได้ง่ายขึ้น หากอยู่ในระดับที่ 1 พื้นที่ของเยื่อบุที่ลุกลามจะกินพื้นที่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของผิวปากมดลูก อาการในช่วงแรกมักจะไม่ชัดเจน ผู้หญิงหลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีภาวะนี้ อย่างไรก็ตาม อาจพบอาการบางอย่าง เช่น ตกขาวออกมากผิดปกติ เหลว หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ บริเวณจุดซ่อนเร้นเปียกชื้น คันง่าย บางครั้งมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ แม้จะเป็นแค่ระยะเริ่มต้นหรืออาการไม่รุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ โรคเยื่อบุปากมดลูกอักเสบระดับ 1 ก็สามารถลุกลามไปถึงระดับ 2...

จุดซ่อนเร้นมีกลิ่นแต่ไม่คัน: สาเหตุ และ วิธีรักษา

ปัญหาจุดซ่อนเร้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แต่ไม่คัน เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้หญิงหลายคน แม้จะไม่มีอาการคันหรือแสบเจ็บ แต่มีกลิ่นอับเรื้อรังอาจกระทบความมั่นใจ ส่งผลต่อชีวิตคู่ และแฝงความเสี่ยงโรคทางนรีเวช แล้วสาเหตุมีอะไรบ้าง? และจะแก้ไขได้อย่างไร? 1. สาเหตุของจุดซ่อนเร้นมีกลิ่นแต่ไม่คัน กลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณจุดซ่อนเร้นไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับอาการคันหรือแสบ ในความเป็นจริง มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงโรคแอบแฝง ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ การเข้าใจสาเหตุอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้หญิงเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม ลดความกังวล และปกป้องสุขภาพได้ทันเวลา 1.1 การทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นไม่เหมาะสม หากรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นไม่ถูกวิธี หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไป อาจทำให้สมดุลจุลินทรีย์ตามธรรมชาติของช่องคลอดเสียไป เปิดทางให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับ แม้จะไม่มีอาการคัน 1.2 ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis – BV) ช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียเป็นสาเหตุพบบ่อยที่ทำให้ “น้องสาว” มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ แม้ไม่ได้คันก็อาจมีอาการเหม็นชัดเจน โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ 1.3 สาเหตุจากประจำเดือนและหลังคลอด ในช่วงมีประจำเดือน หรือหลังคลอด สารคัดหลั่งในช่องคลอดเปลี่ยนแปลงรวมกับเลือดประจำเดือนหรือของเหลวหลังคลอด อาจทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นนานกว่าปกติควรเข้ารับการตรวจ 1.4...

แยกแยะการอักเสบของจุดซ่อนเร้นจากเชื้อราและจากแบคทีเรีย

แยกแยะการอักเสบของจุดซ่อนเร้นจากเชื้อราและจากแบคทีเรีย

คุณทราบไหมว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะประสบกับอาการอักเสบของจุดซ่อนเร้นอย่างน้อยหนึ่งครั้ง นี่คือโรคทางนรีเวชที่พบบ่อยมาก ทำให้เกิดความลำบากในชีวิตประจำวัน และส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่ ด้วย ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา Candida และการอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรีย (bacterial vaginosis – BV) สิ่งที่น่าสนใจคือ อาการของทั้งสองชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก ทำให้ผู้หญิงมักสับสน ถ้ารักษาผิดสาเหตุ อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำหลายครั้งและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า อาการอักเสบนี้เกิดจากเชื้อราหรือแบคทีเรีย? เรามาทำความเข้าใจอย่างละเอียดในบทความนี้ เพื่อให้คุณรู้ทันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องทันเวลาค่ะ 1. การอักเสบของจุดซ่อนเร้นคืออะไร? การอักเสบของจุดซ่อนเร้นคือภาวะการติดเชื้อภายในช่องคลอดที่เกิดจากความไม่สมดุลของระบบจุลินทรีย์ เชื้อรา หรือแบคทีเรียก่อโรค นี่เป็นโรคในระบบสืบพันธุ์ที่พบบ่อยในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ โดยสาเหตุหลักคือการอักเสบจากเชื้อรา Candida และแบคทีเรีย (bacterial vaginosis – BV) ซึ่งทั้งสองชนิดมีอาการและสาเหตุแตกต่างกัน จึงต้องแยกแยะให้ชัดเจนเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง 2. อาการของการอักเสบจุดซ่อนเร้นจากเชื้อราและแบคทีเรีย 2.1 การอักเสบจากเชื้อรา Candida มีตกขาวข้นและเป็นก้อนคล้ายก้อนเต้าหู้ มีอาการคันและแสบรุนแรงที่จุดซ่อนเร้น เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือเวลาปัสสาวะ อวัยวะเพศภายนอกอาจบวมแดง ไม่สบายตัว 2.2 การอักเสบจากแบคทีเรีย (BV)...

โรคปากมดลูกอักเสบ

โรคปากมดลูกอักเสบ: สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา

โรคปากมดลูกอักเสบ เป็นหนึ่งในโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โรคนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอาการตกขาวผิดปกติ ปวดแสบ และไม่สบายตัวเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น การเข้าใจถึงสาเหตุ สัญญาณอาการ และแนวทางการรักษาโรคปากมดลูกอักเสบอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถป้องกัน ดูแลสุขภาพเจริญพันธุ์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยค่ะ 1.โรคปากมดลูกอักเสบคืออะไร? โรคปากมดลูกอักเสบ คือภาวะที่เซลล์ต่อมบริเวณปากมดลูกมีการเจริญเติบโตเกินปกติ ลุกลามออกมายังผิวด้านนอกของปากมดลูกและสร้างสารคัดหลั่งมากขึ้น เมื่อมีการปนเปื้อนกับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิต ก็จะเกิดภาวะอักเสบตามมา แม้โรคนี้จะจัดว่าเป็นโรคชนิดไม่ร้ายแรง แต่มีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำง่าย ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน และยังอาจกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์หากไม่ได้รับการรักษาและควบคุมอย่างเหมาะสม 2. สาเหตุของโรคปากมดลูกอักเสบ สาเหตุที่พบได้บ่อยของโรคปากมดลูกอักเสบ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือมีเพศสัมพันธ์รุนแรง ส่งผลให้เยื่อบุปากมดลูกได้รับบาดเจ็บ ความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน การดูแลความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ถูกวิธี หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมีแรงเกินไป การตั้งครรภ์คลอดบุตรบ่อย หรือการทำแท้ง อาจทำให้โครงสร้างปากมดลูกเปลี่ยนแปลง ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ทำให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย 3. อาการของโรคปากมดลูกอักเสบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โรคปากมดลูกอักเสบสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยแต่ละระดับจะมีอาการแตกต่างกันดังนี้ 3.1...